ข่าวประชาสัมพันธ์

มาร่วมเป็นกำลังใจให้เว็บด้วยการสมัครสมาชิกวีไอพี ~~ เลือกปีที่ท่านต้องการได้โดยไม่ต้องเรียงปี ~~ ปีละ 350 บาท สมัคร 2 ปีลดเหลือ 600 บาท ~~ มีไลน์กลุ่ม VIP จำนวนหลายร้อยท่าน เอาไว้ปรึกษางานซ่อม ~~ เข้าถึงข้อมูลด้านเทคนิค ข้อมูลเชิงลึกมากมาย.....


ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อ AT-6 TH เกิดอุบัติเหตุ !!  (อ่าน 23 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 43746
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • มือผู้ให้ย่อมสูงกว่ามือผู้รับ
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
เมื่อ AT-6 TH เกิดอุบัติเหตุ !!
« เมื่อ: 30 มกราคม 2569, 06:26:44 »
  • ขึ้นบน
  • ลงล่าง
  • อ้างถึง
    เมื่อ AT-6 TH เกิดอุบัติเหตุ !!
    ในฐานะคนการบินคนหนึ่ง และคนที่เคยผ่านการฝึก เคยเห็น และเคยอยู่ในบริบทของการบิน Escort / CSAR มาก่อน
    ผมไม่อยู่ในฐานะที่จะฟันธงสาเหตุแทนคณะกรรมการสอบสวน แต่ขออธิบายในเชิงประสบการณ์
    เพื่อช่วยให้สังคมเข้าใจว่า “ภารกิจแบบนี้ยาก และอันตรายอย่างไร”

    ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


    การบิน Daisy Chain Escort
    ไม่ใช่การบินเป็นรูปทรงสวยงามอย่างที่หลายคนจินตนาการ
    แต่เป็นการบินเลื้อยส่ายซ้าย–ขวาอย่างต่อเนื่อง ข้างเส้นทางบินของเฮลิคอปเตอร์
    เพื่อคุ้มกัน ตรวจการณ์ และพร้อมตอบโต้ภัยคุกคามตลอดแนวเส้นทาง
    ในทุก ๆ รอบ เครื่องบิน Escort จะต้อง recover เชิดหัวขึ้น เลี้ยวออกจาก track
    แล้ววนกลับมาในลักษณะคล้าย race track
    เพื่อกลับเข้า Daisy Chain ใหม่อีกครั้ง

    ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


    ช่วงที่อันตรายที่สุดช่วงหนึ่ง คือจังหวะที่เครื่องบิน Escort บินย้อนมา Abeam กับเฮลิคอปเตอร์
    ขณะกำลังบินสวนทาง และนักบินต้องมองหา ฮ. พร้อมกับบริหารมุมเลี้ยว พลังงาน รวมทั้งตำแหน่งของการบิน
     เพื่อกลับเข้า pattern ให้ทันรอบถัดไป

    ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในสภาพภูมิประเทศภูเขา ความสูงจำกัด และ workload ที่สูงมาก
    จากประสบการณ์ในการฝึก.. หากในจังหวะนั้นเกิดการเอียงปีกลึก และเลือกเลี้ยวในมุมแคบหรือ “เลี้ยวคัดวง”
    เพื่อให้กลับเข้า Daisy Chain ให้ทัน

    มันอาจส่งผลต่ออากาศพลศาสตร์ของเครื่องบิน จนนำไปสู่ aerodynamic stall หรือ high-speed stall ได้
    เนื่องจากการเลี้ยวในมุมแคบ และเอียงปีกลึก ปีกจะเปิดมุมปะทะมาก และการเอียงปีก = แรงยกน้อยกว่าปีกระดับอยู่แล้วด้วย
    จึงเสี่ยงมากกับการเกิด Stall ที่ความเร็วสูง

    ในความสูงต่ำแบบนี้ อาจไม่เหลือพื้นที่หรือเวลาให้แก้ไขได้อีก และมันจบลงด้วย CFIT (Controlled Flight Into Terrain)
    ———
    อีกคำถามที่สังคมสงสัยมากคือ
    “ทำไมไม่ดีดตัว?”
    คำถามนี้ฟังดูง่าย แต่ในหน้างานจริงซับซ้อนมาก
    ระบบดีดตัวของเก้าอี้ดีด ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ทุกท่าทางการบิน !! แม้ว่าผู้ออกแบบจะบอกว่า
     Zero altitude - Zero Speed แต่…ไม่มีตรงไหนบอกว่า Every Attitude !
    หากเครื่องอยู่ในสภาวะเอียงปีกลึก ดิ่งเร็ว และความสูงเหนือพื้นจำกัด หน้าต่างเวลาสำหรับการดีดอาจไม่มีเลย
    ———
    ในเชิงปัจจัยมนุษย์
    นักบินที่นั่งหน้าเป็นผู้นำหมู่บิน เป็นรุ่นพี่
    ในเสี้ยววินาทีนั้น สมองอาจยังเชื่อว่า “ยังเอาอยู่” และพยายามกู้เครื่อง
    ขณะที่นักบินที่นั่งหลังซึ่งเป็นรุ่นน้อง
    อาจไม่กล้าตัดสินใจดึงคันดีดเอง หากผู้นำยังไม่สั่ง เพราะเชื่อมั่นว่า รุ่นพี่จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้
    และเมื่อการ stall เกิดขึ้นจริง
    มันอาจไม่เหลือทั้งเวลา และท่าทางที่เหมาะสมสำหรับการดีดตัว
    อุบัติเหตุลักษณะนี้
    ไม่ได้สะท้อนถึงความสะเพร่า
    แต่สะท้อนถึงความโหดของภารกิจ และขอบเขตของมนุษย์ ที่ต้องทำงานอยู่ใกล้เส้นแดงตลอดเวลา
    ขอแสดงความเคารพต่อผู้ที่จากไป
    และหวังว่า บทเรียนจากเหตุการณ์นี้
    จะถูกนำไปใช้ เพื่อปกป้องชีวิตของนักบินคนอื่น ๆ ในอนาคต
    เพราะการบินแบบนี้… ไม่มีคำว่า “ง่าย” ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
    สุดท้าย ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียจากอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วยครับ
    #DaisyChainEscort
    #CSAR
    #HumanFactors
    #CFIT
    #WhyDidntTheyEject
    #AviationSafety
    #FromAPilotPerspective
    ภาพสร้างจาก ai เพื่อประกอบเรื่อวราวเท่านั้น และก้อปปี้ภาพประกอบที่2 มาจาก ท้อปนิวส์

       
     

    Athayuth Khaosa-ard

     
    สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
    ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่...   หรือทาง Line ID: k.sonchai

    ออฟไลน์ Auto Man

    • Administrator
    • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
    • *****
    • เจ้าของกระทู้
    • Joined: ก.ย. 2558
    • กระทู้: 43746
    • สมาชิกลำดับที่ : 1
    • เพศ: ชาย
    • มือผู้ให้ย่อมสูงกว่ามือผู้รับ
      • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
      • อีเมล์
    เมื่อ AT-6 TH เกิดอุบัติเหตุ !!
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: 30 มกราคม 2569, 07:38:44 »
  • ขึ้นบน
  • ลงล่าง
  • อ้างถึง
    Defense Info Fact sheet: เรารู้อะไรบ้าง? กรณีการสูญเสีย Thunder07
    จากแถลงการณ์ของกองทัพอากาศ ที่ได้ระบุข้อมูลของการสูญเสีย เครื่องบินโจมตีเบา แบบAT-6 TH วูลฟ์เวอรีน
    ของฝูงบิน 411 กองบิน41 จังหวัดเชียงใหม่  ที่เกิดการสูญเสียขณะทำการฝึกบินประจำวัน
    ในเช้าวันนี้ ( 29  มกราคม  2569 ) Defense Info สรุปรายละเอียดของเหตุการณ์นี้จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นดังนี้

    - AT-6 TH ลำนี้เป็นเครื่องบินผลิตใหม่ จากบริษัทเท๊กซ์ตรอน บีชคร๊าฟท์ สหรัฐอเมริกา  จัดหาเข้าประจำการจำนวน 8 เครื่อง 
    รับเข้าประจำการเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2568 ที่ฝูงบิน411 กองบิน41 จังหวัดเชียงใหม่ นามเรียกขานฝูงบินคือ ธันเดอร์
    เป็นอากาศยานโจมตี/ลาดตระเวนเบา  2ที่นั่ง ติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการบินที่ทันสมัย มีคุณลักษณะพื้นฐานเดียวกันกับเครื่องบินฝึก
    ขั้นปลายแบบT-6 เท๊กซ์ซาน2 ที่กองทัพอากาศจัดหามาก่อนหน้า ในภารกิจการฝึกบินที่โรงเรียนการบินกำแพงแสน

    - AT-6 TH มีระบบเก้าอี้ดีดตัวที่สองที่นั่ง เป็นรุ่นมาร์ตินเบเกอร์ มาร์ค16 อันเป็นเก้าอี้รุ่นมาตรฐานที่ติดตั้งในเครื่องบินรบชั้นนำของโลก
    อาทิ F-35 ,ราฟาล และยูโรไฟท์เตอร์ ไต้ฝุ่น ทีคุณลักษณะสามารถดีดตัวจากพื้น หรือความสูงเท่ากับ0 ได้ มาร์ตินเบเกอร์จึงได้รับ
    การยอมรับว่าเป็นเก้าอี้ดีดตัวรุ่นหนึ่งที่มีความทันสมัยมาก

    - จากแถลงการณ์ ระบุอากาศยานได้ขึ้นทำการฝีกในภารกิจการฝึกCSAR / Combat Search and Rescueหรือ การบินค้นหา
    ช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ  โดยAT-6 สองลำจะทำการบินปฏิบัติงาน ร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ช่วยชีวิต เพื่อทำการค้นหา และคุ้มกันเฮลิคอปเตอร์ระหว่างลอยตัวเพื่อนำผู้บาดเจ็บ ออกจากพื้นที่การรบ

     ด้วยอุปกรณ์ตรวจการณ์คุณภาพสูงที่ติดตั้งอยู่กับAT-6 ในการบินAT-6 สองลำจะแยกทำการบินที่ระดับความสูงแตกต่างกัน 
    เพื่อแบ่งภารกิจ โดยในระดับเพดานบินสูงกว่า จะทำหน้าที่เฝ้าระวังด้วยกล้องเซ็นเซอร์ตรวจจับคุณภาพสูง  ในขณะที่AT-6
    อีกลำจะลดเพดานบินลงมาในความสูงที่ต่ำกว่า 1,000 ฟุตเพื่อเข้าสูงวงจรการบินพร้อมใช้อาวุธ สำหรับการคุ้มกัน เฮลิคอปเตอร์
    ช่วยเหลือ ในบางครั้งการฝึกบินภารกิจนี้นักบินจะต้องควบคุมเครื่องลงสู่เพดานบินที่ต่ำมาก เพื่อให้ความคุ้นเคยกับสภาวะการบิน
    ในพื้นที่การรบจริง

    - อากาศยานลำที่สูญเสีย จากรายงานของกลุ่มช่างภาพอากาศยานท้องถิ่น ระบุว่า ในการฝึกบินช่วงเช้ามีปรากฏAT-6 จำนวนสองลำขึ้นบิน
    โดยลำที่ไม่ได้กลับมายังท่าอากาศยานเชียงใหม่ คือ AT-6 หมายเลข 41107

      จากแถลงการณ์เบื้องต้นของกองทัพอากาศ จะต้องใช้เวลาในการรวบราวข้อมูลและวัตถุพยานจากพื้นที่เกิดเหตุ จึงยังไม่สามารถ
    สรุปสาเหตุของการสูญเสียในครั้งนี้ได้ รายละเอียดเพิ่มเติมขอให้ติดตามจากการแถลงอย่างเป็นทางการของกองทัพอากาศ
    Defense Info ขอร่วมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียนักบินทั้งสองท่าน คือ นาวาอากาศตรี สมัทชา คุณมาศ (ครูการบิน)
    และเรืออากาศโท กรวิชญ์  เจนคิด  อย่างสุดซึ้ง

    ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ
    สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
    ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่...   หรือทาง Line ID: k.sonchai

    ออฟไลน์ Auto Man

    • Administrator
    • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
    • *****
    • เจ้าของกระทู้
    • Joined: ก.ย. 2558
    • กระทู้: 43746
    • สมาชิกลำดับที่ : 1
    • เพศ: ชาย
    • มือผู้ให้ย่อมสูงกว่ามือผู้รับ
      • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
      • อีเมล์
    เมื่อ AT-6 TH เกิดอุบัติเหตุ !!
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: 30 มกราคม 2569, 14:54:38 »
  • ขึ้นบน
  • ลงล่าง
  • อ้างถึง
    thaiarmedforce.com
     ·
    ติดตาม
    1 ชั่วโมง
     ·
    ภารกิจ CSAR หรือการค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบนั้นมีความสำคัญ และคิดว่าทุกท่านอาจจะสนใจหลังจากที่ AT-6 ประสบอุบัติเหตุตกในการฝึก CSAR ที่ผ่านมา
    CSAR หรือ Combat Search and Rescue คือภารกิจช่วยเหลือนักบินหรือลูกเรือที่ประสบเหตุถูกยิงตกหรือเครื่องบินตกและต้องกระโดดร่มลงในพื้นที่ของข้าศึกหรือในแนวหลังข้าศึกซึ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกจับหรือถูกสังหาร ดังนั้นกองทัพอากาศแต่ละประเทศจึงเตรียมหน่วยค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่การรบเอาไว้ช่วยเหลือนักบินหรือลูกเรือที่ประสบเหตุในลักษณะนี้
    โดยปกติ CSAR จะประกอบไปด้วยอากาศยานทั้งปีกตรึงและปีกหมุน อากาศยานปีกตรึงจะใช้ในบทบาทของการค้นหาตำแหน่งและการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดเพื่อโจมตีข้าศึกที่พยายามเข้ามาจับตัวหรือสังหารนักบินหรือลูกเรือ ซึ่งในกรณีนี้กองทัพอากาศใช้งาน AT-6 ส่วนอากาศยานปีกหมุนหรือเฮลิคอปเตอร์จะทำหน้าที่บนลงไปรับนักบินที่ถูกยิงตก ซึ่งกองทัพอากาศจะใช้งาน H225M
    องค์ประกอบของ CSAR ที่สำคัญอีกหน่วยหนึ่งก็คือพลร่มกู้ภัยหรือ PJ (Pararescue Jumper) หรือทหารราบของกองทัพอากาศที่จะบินไปกับเฮลิคอปเตอร์และลงไปรับนักบิน ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่ช่วยเหลือนักบินแล้วยังต้องคุ้มกันและปะทะกับข้าศึกที่จะเข้ามาทำอันตรายนักบินอีกด้วย สำหรับกองทัพอากาศไทย กองร้อยพลร่มกู้ภัยจะอยู่ในกรมปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน
    ภารกิจ CSAR เป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะต้องบินอากาศยานเข้าไปในพื้นที่แนวหลังของข้าศึก มีความเสี่ยงที่จะถูกยิงหรือโจมตีได้ตลอดเวลา ดังนั้นนอกจากทักษะการเอาตัวรอดของนักบินที่ต้องฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาแล้ว เทคนิคและยุทธวิธีของทีม CSAR จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เช่นการบินลัดเลาะตามภูมิประเทศเข้าไปยังจุดนัดหมาย การตรวจจับเป้าหมายหรือภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา หรือการโจมตีและทำลายเป้าหมายก่อนที่จะทำอันตรายต่อนักบินหรืออากาศยานของฝ่ายเรา ดังนั้น การทำงานเป็นทีมของอากาศยานทั้ง AT-6 และ H22M รวมถึงพลร่มกู้ภัยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ภารกิจนี้ประสบความสำเร็จครับ

    ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ

    สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
    ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่...   หรือทาง Line ID: k.sonchai

    เมื่อ AT-6 TH เกิดอุบัติเหตุ !!
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: 30 มกราคม 2569, 14:54:38 »