ห้องข่าวทั่วๆไป => สถานการณ์ของโลก => ข้อความที่เริ่มโดย: Robert ที่ 09 พฤษภาคม 2569, 15:02:29
-
พันธุ์ เหล็กกล้า
6พค69
ว่าด้วยเรื่องของ Memorandum of Understanding แปลว่า "บันทึกความเข้าใจ"
สัญญาทวิภาคีระหว่างรัฐ นั้น สัญญาไม่ต้องเป็นสัญญาก็ได้
ด้วยเหตุ คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเอาปืนใหญ่มายิงใส่พลเรือนของอีกฝ่ายหนึ่งจนตาย ทรัพย์พลเรือนเสียหาย อย่างร้ายแรง
สถานะมิตรตามสัญญาเปลี่ยนไป การกระทำของรัฐที่ก่อความเสียหายร้ายแรง ย่อมทำให้รัฐที่ถูกกระทำมีสิทธิป้องกันตนเองได้ตามควรแก่กรณี...
เมื่อมิตรกลายเป็นอริต่อความมั่นคงของชาติ สถานการณ์ย่อมเปลี่ยนแปลงไปจนยากที่จะทำตามข้อสัญญาที่ทำกันไว้ก่อนเกิดเหตุการณ์
ด้วยเหตุนี้ การเลิก MOU43 , MOU44 จึงทำได้ฝ่ายเดียว ชอบตามอนุสัญญาว่าด้วยสัญญาระหว่างประเทศ ของ UN..
ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ "การใช้กำลัง" ให้อำนาจรัฐที่ถูกกระทำในการ "ป้องกันตนเอง" (Self-Defense) ตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่แยกต่างหากจากตัวสัญญา ส่วนการจะยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวนั้น หากไม่ใช่สัญญาที่มีกำหนดเวลาหรือมีข้อให้ยกเลิกได้ รัฐที่ยกเลิกมักจะอ้าง มาตรา 62 (พฤติการณ์เปลี่ยนไป) หรือ มาตรา 60 (การละเมิดอย่างร้ายแรง)
อย่างไรก็ตาม ศาลโลก (ICJ) มักตีความเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวอย่างเคร่งครัดมาก ( ตัดสินแบบหุ่นยนต์ไร้สมองและสามัญสำนึกในข้อเท็จจริง เช่นเขาพระวิหาร ที่ทางขึ้นอยู่ฝั่งไทย แต่ไปตัดสินให้เขมรชนะ ทั้งๆที่มันต้องปีนหน้าผาขึ้นมา)โดยอ้างและมโนเอาเองว่าเพื่อรักษาความเป็นระเบียบของสังคมโลก...
กรณี MOU 2543 และ MOU 2544
สำหรับกรณีเฉพาะที่อ้างถึง มีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องแยกแยะดังนี้:
• MOU 2543 (เขตแดนทางบก): มีลักษณะเป็นกรอบความร่วมมือเพื่อการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้กำลังประทุษร้าย อีกฝ่ายอาจประกาศระงับการปฏิบัติตามขั้นตอนได้ แต่การ "ยกเลิกฝ่ายเดียว" มักทำได้ยากในทางสากล หากไม่มีข้อกำหนดการบอกเลิก (Termination clause) ไว้ในตัวสัญญา
• MOU 2544 (พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล): เป็นความตกลงเพื่อ "เจรจา" หากสถานการณ์เปลี่ยนไปจนไม่สามารถเจรจาได้ รัฐมีสิทธิ์แจ้งเจตจำนงในการยุติการเจรจา แต่การยกเลิกจะมีผลสมบูรณ์เมื่อมีการแจ้งอย่างเป็นทางการตามขั้นตอนทางการทูต และต้องระวังผลกระทบต่อสิทธิอธิปไตยที่อ้างสิทธิ์ไว้เดิม...
สถานะของสงครามหรือความขัดแย้งทางอาวุธ (Armed Conflict)
ในอดีต สงครามถือเป็นเหตุให้สัญญาตกไปโดยอัตโนมัติ แต่ในปัจจุบัน คณะกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศ (ILC) มองว่า "การมีอยู่ของความขัดแย้งทางอาวุธไม่ได้ทำให้สนธิสัญญาสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ"
• หากเป็นสนธิสัญญาที่เกี่ยวกับความร่วมมือทางการเมืองหรือมิตรภาพ การสู้รบย่อมทำให้สัญญานั้นระงับไปโดยปริยาย (Impossibility of performance)
• แต่สำหรับสนธิสัญญาด้านเทคนิค หรือเขตแดน กฎหมายมักจะกำหนดให้คงสถานะไว้เพื่อเป็นกลไกในการระงับข้อพิพาทในอนาคต...
การละเมิดสัญญาอย่างร้ายแรง (Material Breach) - มาตรา 60
หากรัฐหนึ่งละเมิดพันธกรณีที่เป็นหัวใจสำคัญของสัญญา อีกรัฐหนึ่งมีสิทธิ์ที่จะยกใช้การละเมิดนั้นเป็นข้ออ้างในการระงับ (Suspend) หรือยกเลิก (Terminate) สัญญาได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
• ประเด็นพิจารณา: การใช้กำลังทางทหาร (เอาปืนใหญ่ยิง) ถือเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) แต่อาจไม่ใช่การละเมิด "เนื้อหา" ของ MOU โดยตรง เว้นแต่ MOU นั้นจะมีข้อกำหนดเรื่องสันติภาพหรือเขตแดนที่ฝ่ายที่ยิงได้ละเมิดอย่างชัดเจน
การเปลี่ยนแปลงในพฤติการณ์อย่างสิ้นเชิง (Fundamental Change of Circumstances) - มาตรา 62
หลักการนี้เรียกว่า Rebus sic stantibus รัฐอาจยกเลิกสัญญาได้หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากขณะที่ทำสัญญาอย่างสิ้นเชิงจน "ไม่อาจคาดหมายได้" โดยมีเงื่อนไขว่า:
1. สถานการณ์เดิมนั้นต้องเป็น "รากฐานสำคัญ" ของการยินยอมผูกพันตน
2. การเปลี่ยนแปลงนั้นส่งผลให้ขอบเขตของพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง (Radical Transformation)
• ข้อจำกัด: มาตรา 62 วรรค 2 (a) ระบุชัดเจนว่า หลักการนี้ไม่สามารถใช้ยกเลิกสนธิสัญญาที่เกี่ยวกับการกำหนดเขตแดน (Treaty establishing a boundary) ได้ เพื่อป้องกันความไร้เสถียรภาพของพรมแดนโลก...
**ตรงนี้คนไทยต้องจำไว้ **
แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว สามารถยกเลิกได้เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง จากมิตรเป็นศัตรู มีการฆ่าแกงกัน ละเมิดกฎธรรมชาติ
กฎหมายธรรมชาติเป็นพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นจารีต ประเพณี เป็นนิรันดร์
ประเทศที่เป็นอริต่อกัน ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน เป็นสภาวะที่พฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง
สัญญาทวิภาคีที่ทำไว้ต่อกันย่อมเลิกได้หมด...
Mou43 ยังไม่ใช่ข้อสัญญากำหนดเขตแดน เป็นเพียงการเจรจาเพื่อยุติปัญหา
ส่วนสัญญาเขตแดนนั้นกำหนดไว้ชัดเจนแล้ว ตาม ไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส 1904, 1907 อันนี้แหละที่ต้องไปเจรจา ในการนำ พื้นที่4จังหวัดของสยามแต่เดิม กลับคืนมา ตามข้อกำหนดของ สหประชาชาติ...
เพราะสยามเป็นฝ่ายถูกกระทำโดยฝรั่งเศส ...
หมายเหตุ....
นักกฏหมายระหว่างประเทศหัวเฉียบๆของไทย เตรียมตัวไว้ ในอนาคตอีกไม่นาน พวกคุณจะได้ช่วยชาติแน่นอน ...
แต่ไม่ใช่ในยุคของ นักการเมืองจากการเลือกตั้งแบบในปัจจุบัน
เพราะพวกนี้ หัวขี้เลื่อย เก่งแต่กัดกัน และรักชาติจนน้ำลายไหล....
แต่ต้องเป็นยุคของนักการเมือง ที่มาจากการแต่งตั้ง ให้มาทำหน้าที่ ปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชน ด้วยหัวใจ เท่านั้น....
สรุป... บันทึกความเข้าใจ แต่ไม่เคยมีความเข้าใจต่อกัน และยังมีการละเมิดความเข้าใจโดยเขมรตลอดเวลานั้น ย่อมเป็นเหตุผลเพียงพอของไทยในการ ยกเลิกเพียงฝ่ายเดียวได้ตลอดเวลาทั้ง MOU43,MOU44 และทุกฉบับกับเขมร และ จะไม่มีใครหน้าไหนหรือ องค์กรไหนๆ ในโลกมาวางอำนาจบังคับบอกให้ทั้งสองประเทศว่า " เฮ้ย ! พวกมึงต้องเข้าใจกันนะ...ไม่มี...
ดังนั้น มีโอกาสแบบนี้แล้ว ยกเลิกซะให้หมด...อย่าเก็บไว้สร้างปัญหาให้ลูกหลาน อีกต่อไป...
ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ
(https://postimg.cc/Lh3HvMLW)