มาร่วมเป็นกำลังใจให้เว็บด้วยการสมัครสมาชิกวีไอพี ~~ เลือกปีที่ท่านต้องการได้โดยไม่ต้องเรียงปี ~~ ปีละ 350 บาท สมัคร 2 ปีลดเหลือ 600 บาท ~~ มีไลน์กลุ่ม VIP จำนวนหลายร้อยท่าน เอาไว้ปรึกษางานซ่อม ~~ เข้าถึงข้อมูลด้านเทคนิค ข้อมูลเชิงลึกมากมาย.....
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Mew Social3พค69คนที่บัญญัติคำว่า "Vibe Coding"เพิ่งขึ้นเวที Sequoia Capital เมื่อวานนี้แล้วบอกตรงๆ ว่า"ผมไม่เคยรู้สึกตามไม่ทันขนาดนี้มาก่อน"คนที่พูดคือ Andrej Karpathyผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAIอดีตหัวหน้าฝ่าย AI ของ Teslaคนที่ทำให้รถขับเองได้จริงถ้าคนระดับนี้ยังบอกว่าตามไม่ทันแล้วพวกเราล่ะครับ?. . .1) Karpathy เล่าว่าเดือนธันวาคม 2025 คือจุดเปลี่ยนชัดเจนก่อนหน้านั้น เขาเขียนโค้ดเอง 80%สั่งให้ AI ทำแค่ 20%หลังธันวาคม สลับเลยAI ทำ 80% เขาทำเอง 20%เขาบอกว่า"จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ต้องแก้โค้ดคือเมื่อไหร่แค่สั่งไปเรื่อยๆ แล้วมันก็ถูกทุกครั้ง"คิดดูว่า คนที่เขียนโปรแกรมมา 25 ปีถึงจุดที่แทบไม่ต้องพิมพ์โค้ดเอง. . .2) แต่สิ่งที่เขาพูดบนเวทีเมื่อวานไม่ใช่เรื่อง Vibe Coding อีกต่อไปเขาประกาศว่ายุคใหม่มาถึงแล้วเขาเรียกมันว่า "Software 3.0"ยุคที่ 1 = เขียนโค้ดเอง ทุกบรรทัดยุคที่ 2 = สอน AI ด้วยข้อมูล แล้วให้มันเรียนรู้ยุคที่ 3 = สั่งด้วยภาษาคน แล้ว AI ทำทุกอย่างให้เท่ากับว่า "การเขียนโปรแกรม"ไม่ใช่เรื่องของการพิมพ์โค้ดอีกต่อไปมันกลายเป็นเรื่องของการ "คิด" และ "สั่ง". . .3) ตัวอย่างที่ทำให้ผมนั่งขึ้นมาเลยคือเรื่องแอปดูเมนูอาหารKarpathy สร้างแอปตัวนึงชื่อ MenuGenไอเดียง่ายมากครับถ่ายรูปเมนูร้านอาหารแล้วแอปจะแสดงรูปอาหารแต่ละจานให้ดูเพราะเวลาไปร้านอาหารเปิดเมนูมา ไม่รู้จักสักครึ่งมีแต่ชื่อ ไม่มีรูปเขาใช้เวลาเขียนโค้ดทั้งแอปต่อระบบอ่านตัวอักษร ต่อระบบสร้างรูปติดตั้งบนเว็บ ทำจนใช้งานได้จริงแล้ววันนึง เขาเห็นคนอื่นเอารูปเมนูเดียวกันส่งให้ Gemini แล้วบอกแค่ว่า"ช่วยวาดรูปอาหารทับลงไปบนเมนูให้หน่อย"AI คืนรูปเมนูเดิมกลับมาแต่มีรูปอาหารวาดทับไว้ทุกจานไม่ต้องสร้างแอปไม่ต้องเขียนโค้ดแม้แต่บรรทัดเดียวKarpathy บอกตรงๆ ว่า"แอปทั้งหมดที่ผมสร้าง ไม่ควรมีอยู่เลย"พูดตรงๆ ครับนี่ไม่ใช่แค่ "ทำเร็วขึ้น"มันคือ "ไม่ต้องทำเลย". . .4) ไม่น่าเชื่อว่า Karpathy ยังเล่าเรื่อง OpenClaw ด้วยOpenClaw คือซอฟต์แวร์ตัวช่วย AIที่กำลังดังระเบิดอยู่ตอนนี้ปกติจะติดตั้งซอฟต์แวร์ต้องรันคำสั่งในเครื่องซึ่งคำสั่งพวกนี้จะซับซ้อนมากเพราะต้องรองรับคอมพิวเตอร์หลายร้อยรุ่นแต่ OpenClaw ทำต่างออกไปแทนที่จะเขียนคำสั่งละเอียดยิบมันให้คุณก๊อปข้อความยาวๆแล้วส่งให้ AI อ่านAI อ่านแล้วก็จัดการติดตั้งให้เองดูว่าเครื่องคุณเป็นแบบไหนขาดอะไร ต้องแก้อะไรแก้ปัญหาเองจนเสร็จเท่ากับว่า "คู่มือ" ในยุคนี้ไม่ได้เขียนให้คนอ่านอีกต่อไปแต่เขียนให้ AI อ่านKarpathy ถึงขั้นบ่นว่า"ทำไมคนยังเขียนคู่มือสำหรับมนุษย์อยู่?ผมไม่อยากทำอะไรเลยบอกมาเลยว่าผมต้องส่งอะไรให้ AI". . .5) Karpathy แยกชัดเจนว่าVibe Coding กับ Agentic Engineering ต่างกันVibe Coding = ยกพื้นให้ทุกคนใครก็สร้างซอฟต์แวร์ได้ ไม่ต้องเขียนโค้ดเป็นเหมาะกับโปรเจกต์ส่วนตัว ลองเล่น ทดลองไอเดียAgentic Engineering = รักษามาตรฐานระดับมืออาชีพใช้ AI เป็นทีมงาน แต่ยังรับผิดชอบคุณภาพเต็มที่ไม่ยอมให้เกิดช่องโหว่ ไม่ยอมให้โค้ดห่วยสมัยก่อนพูดถึง "วิศวกรเก่ง = เร็วกว่าคนอื่น 10 เท่า"Karpathy บอกว่าตอนนี้คนที่ใช้ AI เป็นจริงๆเร็วกว่า 10 เท่าไปไกลแล้ว. . .6) แต่ที่น่าคิดที่สุดคือเรื่อง "ฉลาดหยักๆ"Karpathy ยกตัวอย่างสุดฮาAI ตอนนี้สามารถแก้โค้ดแสนบรรทัดได้หาช่องโหว่ความปลอดภัยที่ซ่อนลึกสุดได้แต่ถ้าถามว่า:"คาร์วอชอยู่ห่าง 50 เมตรผมควรขับรถไปหรือเดินไป?"AI จะตอบว่า "เดินไปสิ ใกล้นิดเดียว"ทั้งที่คุณจะเอา "รถ" ไปล้าง!ฉลาดจนแก้โค้ดหลายแสนบรรทัดได้แต่ไม่เข้าใจว่าไปคาร์วอชต้องขับรถไปKarpathy เรียกอาการนี้ว่า "ฉลาดแบบหยักๆ"เก่งสุดๆ ตรงบางจุดแต่พลาดแบบเด็กๆ ตรงบางจุด. . .7) ทำไมถึงเป็นแบบนี้?เพราะ AI ถูกฝึกด้วยระบบ "ให้รางวัลเมื่อตอบถูก"ในหัวข้อที่ "ตรวจสอบคำตอบได้"เขียนโค้ด → รันแล้วดูว่าผ่านไหม → ตรวจสอบได้คณิตศาสตร์ → คำนวณแล้วเทียบคำตอบ → ตรวจสอบได้แต่ "สามัญสำนึก" → ตรวจสอบยากAI เลยยังพลาดKarpathy ยังเล่าเรื่องที่คนไม่ค่อยรู้ตอน GPT-3.5 ไปเป็น GPT-4AI เล่นหมากรุกดีขึ้นมากคนคิดว่าเป็นเพราะ AI ฉลาดขึ้นแต่จริงๆ แล้วมีคนที่ OpenAI ใส่ข้อมูลหมากรุกจำนวนมหาศาลเข้าไปในชุดฝึกเท่ากับว่า AI เก่งตรงไหนขึ้นอยู่กับว่าคนสร้างใส่ข้อมูลอะไรเข้าไปไม่ใช่ "ฉลาดขึ้น" ทุกด้านเท่าๆ กัน. . .😎 Karpathy มองอนาคตยังไง?เขาพูดเรื่องที่ฟังแล้วขนลุกในยุค 50s-60sคนยังตัดสินใจไม่ได้ว่าคอมพิวเตอร์ควรเป็น "เครื่องคิดเลข"หรือควรเป็น "สมองเทียม"เราเลือกทางเครื่องคิดเลขสร้างคอมพิวเตอร์แบบที่ใช้กันมา 70 ปีแต่ตอนนี้ สมองเทียมกำลังกลับมาและกำลังจะกลายเป็น "ตัวหลัก"ส่วนชิปประมวลผลแบบเดิมจะกลายเป็นแค่ "ตัวช่วย"คิดดูว่าสิ่งที่เราเรียกว่า "คอมพิวเตอร์" มา 70 ปีกำลังจะถูกพลิกกลับหัวกลับหาง. . .9) แต่ประโยคที่ทำให้ Karpathy คิดทุกวันเว้นวันมาจากข้อความสั้นๆ ที่เขาเห็นบนโซเชียล:"คุณให้คนอื่นคิดแทนได้แต่คุณให้คนอื่นเข้าใจแทนไม่ได้"เขาบอกว่า ถึง AI จะทำอะไรแทนได้เยอะแต่ "ความเข้าใจ" ยังเป็นคอขวดรู้ว่ากำลังสร้างอะไรทำไมมันถึงคุ้มค่าจะนำทาง AI ไปทิศไหนถ้าคุณไม่เข้าใจคุณก็สั่ง AI ไม่ถูกพูดตรงๆ ครับAI ทำแทนได้เกือบทุกอย่างยกเว้นสิ่งเดียว คือ ความเข้าใจ. . .10) แล้วทุกอย่างจะเปลี่ยนยังไง?Karpathy บอกว่าทุกสิ่งต้องถูกเขียนใหม่ให้ AI เป็นคนใช้ ไม่ใช่คนเป็นคนใช้ตอนนี้เว็บไซต์ คู่มือ เอกสารยังเขียนสำหรับมนุษย์อ่านแต่ในอนาคตAI ของคุณจะคุยกับ AI ของผมนัดประชุม ตกลงรายละเอียดโดยไม่ต้องมีคนเข้าไปยุ่งเลยนี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวนะครับKarpathy ใช้ชีวิตแบบนี้อยู่แล้วสั่ง AI ผ่าน WhatsApp ให้คุมบ้านทั้งหลังไฟ แอร์ ม่าน สระว่ายน้ำ กล้องวงจรปิดทั้งหมดผ่านแชทเดียว. . .11) สรุปครับAndrej Karpathy บนเวที Sequoia เมื่อวาน บอกว่า:ยุคใหม่มาถึงแล้วแอปจำนวนมาก "ไม่ควรมีอยู่"เพราะ AI ทำได้โดยไม่ต้องสร้างแอปคนที่ใช้ AI เป็นจริงๆ เร็วกว่า 10 เท่าไปไกลAI ฉลาดแบบหยักๆ เก่งบางจุด พลาดบางจุดทุกอย่างต้องเขียนใหม่ให้ AI เป็นผู้ใช้แต่สิ่งเดียวที่ AI ยังทำแทนคุณไม่ได้คือ "ความเข้าใจ"ลงทุนกับความเข้าใจแล้วทุกอย่างอื่น AI จะทำให้ครับ. . .คุณเริ่มใช้ AI ในการทำงานจริงๆ แล้วหรือยัง?หรือยังอยู่ในโหมด "พิมพ์ถาม รอคำตอบ"?คอมเมนต์มาคุยกันครับSource: Sequoia AI Ascent 2026 / Andrej Karpathy#คลังแสงAI #AndrejKarpathy #VibeCoding #AgenticEngineering #Software3#AIAgent #AIเปลี่ยนชีวิต #Sequoia #Coding #AIปี2026