มาร่วมเป็นกำลังใจให้เว็บด้วยการสมัครสมาชิกวีไอพี ~~ เลือกปีที่ท่านต้องการได้โดยไม่ต้องเรียงปี ~~ ปีละ 350 บาท สมัคร 2 ปีลดเหลือ 600 บาท ~~ มีไลน์กลุ่ม VIP จำนวนหลายร้อยท่าน เอาไว้ปรึกษางานซ่อม ~~ เข้าถึงข้อมูลด้านเทคนิค ข้อมูลเชิงลึกมากมาย.....
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
รวมเทคนิคการใช้ Component Tester ทุกชนิด · วัชระ เรืองวรรักษ์ศิริ15กค69#VI curve Component Tester (หรือ Curve Tracer) เป็นการทดสอบแบบไม่ต้องจ่ายไฟเลี้ยงวงจร โดยใช้สัญญาณ AC จ่ายผ่านตัวต้านทานจำกัดกระแส แล้ววัดเทียบแรงดันกับกระแสบนหน้าจอ #เทคนิคพิเศษในการวิเคราะห์เพื่อหาจุดเสียบนแผงวงจร (PCB) ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ มีดังนี้1.เทคนิคเทียบกับบอร์ดดี (Good vs. Bad Board): เป็นหัวใจสำคัญที่สุด วัดเทียบขาอุปกรณ์ตัวเดียวกันระหว่างบอร์ดที่ใช้งานได้ปกติกับบอร์ดเสีย หากกราฟบนหน้าจอผิดแปลกไป เช่น ลู่เข้าหาแนวแกนตั้ง (ช็อต) หรือนอนราบ (ขาด) ชี้ว่าอุปกรณ์ตัวนั้นมีปัญหา2.เทียบเปรียบเทียบในบอร์ดเดียวกัน (Multi-channel Comparison): หากไม่มีบอร์ดอะไหล่ ให้ใช้วิธีวัดเทียบขาอุปกรณ์กลุ่มเดียวกันบนบอร์ดเดียวกัน (เช่น ขาของไอซีไดรฟ์มอเตอร์ที่มีวงจรซ้ำกันหลายชุด) หากกราฟ 3 จุดเหมือนกัน แต่อีกจุดต่างออกไป แปลว่าจุดนั้นเสีย3.การปรับความไว (Sensitivity & Series Resistor): อุปกรณ์แต่ละชนิดต้องการกระแสและแรงดันในการกระตุ้นต่างกัน เช่น การวัดซีเนอร์ไดโอด (Zener Diode) อาจต้องใช้โวลต์เรนจ์ที่สูงขึ้นเพื่อดูกราฟช่วงหักมุม (Breakdown) หรือการปรับค่าตัวต้านทานอนุกรม (Series Resistor) จะช่วยให้มองเห็นกราฟของตัวต้านทานค่าสูงหรือต่ำได้ชัดเจนขึ้น4.การจ่ายไฟร่วม (In-Circuit Fault Locator): ในเครื่องรุ่นสูงๆ จะมีโหมดจ่ายไฟ DC (Programmable Power Supply) เข้าไปในบอร์ดร่วมด้วย เพื่อกระตุ้นให้อุปกรณ์ที่รั่วหรือช็อตเกิดความร้อน แล้วใช้หัววัดอินฟราเรด (IR) ตรวจหาจุดที่ร้อนผิดปกติ
วัชระ เรืองวรรักษ์ศิริ
รวมเทคนิคการใช้ Component Tester ทุกชนิด · วัชระ เรืองวรรักษ์ศิริ15กค69#พื้นฐานวิธีการอ่านค่าและวิเคราะห์ผลจากกราฟ VI VI Curve Component Tester ทุกยี่ห้อ ทุกรุ่นเมื่อนำสายวัดแตะที่ขาของอุปกรณ์ (เช่น ไดโอด, ทรานซิสเตอร์, ตัวต้านทาน, หรือตัวเก็บประจุ) กราฟบนหน้าจอจะแสดงรูปร่างที่ต่างกันตามชนิดอุปกรณ์1.เส้นตรงแนวตั้ง: ไฟลัดวงจร (Short Circuit) หรือความต้านทานต่ำมาก 0 โอห์ม2.เส้นตรงแนวนอน: วงจรเปิด (Open Circuit) หรือความต้านทานเป็นอนันต์ (Infinity)3.เส้นตรงเอียง: เป็นคุณลักษณะของ ตัวต้านทาน (Resistor) (มุมความชันเปลี่ยนไปตามค่าความโอห์ม)4.รูปวงกลม หรือ วงรี: เป็นคุณลักษณะของ ตัวเก็บประจุ (Capacitor) หรือ ตัวเหนี่ยวนำ (Inductor)5.รูปหักมุมคล้ายตัว L หรือมุมฉาก: เป็นคุณลักษณะของ สารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) เช่น ไดโอด (Diode) หรือ ทรานซิสเตอร์