มาร่วมเป็นกำลังใจให้เว็บด้วยการสมัครสมาชิกวีไอพี ~~ เลือกปีที่ท่านต้องการได้โดยไม่ต้องเรียงปี ~~ ปีละ 350 บาท สมัคร 2 ปีลดเหลือ 600 บาท ~~ มีไลน์กลุ่ม VIP จำนวนหลายร้อยท่าน เอาไว้ปรึกษางานซ่อม ~~ เข้าถึงข้อมูลด้านเทคนิค ข้อมูลเชิงลึกมากมาย.....
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Prius club[สาระน่ารู้] เจาะลึกเรื่อง SOC: ทำไมแบตฯ เพี้ยน รถถึงไม่มีกำลัง และ ECU คำนวณอย่างไร?หลายท่านที่ใช้ Prius อาจจะเคยสงสัยว่าทำไมอยู่ดีๆ ค่า SOC ถึงสูงผิดปกติ หรือต่ำผิดปกติ จนรถไม่มีกำลัง วันนี้มาทำความเข้าใจกับกลไกการทำงานของระบบนี้กันครับSOC คืออะไร? SOC ย่อมาจาก State of Charge หากแปลตรงตัวคือ "สถานะประจุไฟฟ้า" หรือถ้าให้เข้าใจง่ายที่สุด มันคือ "เกจวัดระดับพลังงานที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่ไฮบริด" นั่นเองครับ (คล้ายกับเกจวัดน้ำมันที่เราเห็นบนหน้าปัด)ในระบบไฮบริด SOC จะไม่ได้วัดเป็นหน่วยที่ตายตัวเหมือนถังน้ำมัน แต่เกิดจากการคำนวณของกล่องควบคุม (ECU) โดยนำข้อมูล แรงดันไฟฟ้า (Voltage), กระแสไฟฟ้า (Current) และอุณหภูมิ มาประมวลผลครับ ซึ่ง SOC เป็นค่าประมาณการเชิงจินตนาการ ไม่ได้แม่นยำอะไรแบบ 100% แต่เป็นเลขที่ ECU ไฮบริดยึดถือว่า เมื่อไหร่สามารถจ่ายไฟออกไปได้ หรือเมื่อไหร่ควรติดเครื่องเพื่อชาร์จที่ SOC 39.6%: จะติดเครื่องชาร์จทันทีที่ SOC 50.2%: จะสั่งดับเครื่อง และจะสามารถวิ่ง EV ได้ ถ้าไม่กดคันเร่งลึก และรถไม่วิ่งเร็วเกินกำหนดการวัดค่าของ ECU เมื่อแบตเตอรี่ยังไม่ได้จ่ายไฟออก ECU จะสามารถวัด SOC ได้จากแรงดัน ดังนี้:ถ้าในระหว่างที่แบตถูกใช้งาน ทั้งแบบ Charge หรือ Discharge เมื่อกระแสไหลผ่านแบตเตอรี่ ค่า IR ในแบตจะทำให้แรงดันไม่นิ่งเหตุนี้เอง ECU จึงต้องเปลี่ยนวิธีหา SOC โดยยึดจากค่าที่อ่านได้ครั้งแรกตอนยังไม่มีกระแสผ่านเป็นค่าเริ่มต้น แล้วเอาค่ากระแสที่ไหลผ่านแบตมาเป็นค่าบวกเพิ่ม หรือลดลงจากค่าเบื้องต้น วิธีนี้เราเรียกว่า Coulomb countซึ่งเมื่อปรับแก้กับค่าอุณหภูมิแล้ว ก็จะมีความใช้ได้ระดับหนึ่ง ถึงจะไม่แม่นยำเท่าไหร่แต่ก็ดีกว่าไม่มี Toyota จึงเลือกช่วงใช้งานอยู่ที่ 40-80% เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้แล้วเมื่อแบตเตอรี่เริ่มเก่าและเกิดอาการ Unbalance คราวนี้เมื่อแบตเรายังดี ค่า SOC ก็จะค่อนข้างแม่นยำมาก มี Drift ขึ้น-ลง บ้างแต่ก็มีช่วงที่ ECU ปรับแก้ นานๆ ทีเราจะเห็นเครื่องมันชาร์จนานจนแบตเกือบเต็มกราฟ ซึ่งเป็นการทำ Calibration ตัวเองเพื่อแก้ SOC Drift นี้บ้างครั้งแต่เมื่อแบตเก่ามา หรือมีภาวะที่แต่ละโมดูลไม่สมดุลกัน (Unbalance) การคำนวณ SOC นี้ก็จะไม่แม่นยำแล้ว โดยความไม่แม่นมีสาเหตุดังนี้:ความจุของโมดูลส่วนใหญ่ลดลงจากการเสื่อม: เมื่อเริ่มชาร์จ ECU จะตั้งเป้าไว้ที่ 40→50% แต่พอชาร์จเสร็จ 50% ไปแล้ว กระแสนิ่ง กลับมาดูแรงดัน... อ้อ! ทะลุไป 80% จึงต้องปรับ SOC ที่แสดงผลใหม่อาการเวลาใช้งาน EV Mode: ทีแรกเลย ECU คิดว่าวิ่งไปจนเหลือ 40% นับตามการไหลออกของกระแส แต่เมื่อครบ 40% กลับมาดู... อ้อ! แรงดันดำดิ่งไปที่ 20% เลย จึงปรับการแสดงผลใหม่ หน้าจอเหลือ 1 ขีด พร้อมกับสั่งจำกัดกระแส เพราะแบตเหลือน้อยแล้ว จึงวิ่งอืดๆ ไม่มีกำลังปัญหาจากค่า IR: ความไม่สมดุล (Unbalance) โมดูลที่แรงดันต่ำมากๆ จะดึงให้ SOC รวมต่ำกว่าจริง และโมดูลนั้นเมื่อชาร์จ มันจะมีแรงดันสูงเร็วมาก SOC ก็จะสูงไว เพราะค่า IR มันเยอะแล้ว (เดี๋ยวจะเล่าเรื่อง IR ในรอบหน้านะครับ)สรุปคือ: เมื่อแบตเตอรี่เก่ามา การทำงานของ ECU จะไม่รองรับแล้ว ECU จะบังคับให้เข้า Check Hybrid System เพื่อให้เจ้าของรถเอารถเข้าไปเปลี่ยนแบตให้อยู่ในเกณฑ์ครับเกร็ดความรู้: รอบหน้าผมจะมาเล่าเรื่องค่า IR (Internal Resistance) ที่เป็นตัวการสำคัญทำให้แบตฯ ร้อนและเสื่อมไว ฝากติดตามด้วยนะครับ!
Jiranart Khaomuangnoi