ข่าวประชาสัมพันธ์

☆ ★ มาร่วมสนับสนุนเว็บด้วยการสมัคร สมาชิก VIP ปีละ 300 บาท ได้สิทธิ์โหลดคู่มือการซ่อมเด่นๆ มากมาย☆¸.•°*”˜˜”*°•☆♥


ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อมูล... กันขโมยแบบอัพเกรดคืออะไร?  (อ่าน 35 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 21474
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • ทำในสิ่งถูกต้อง มากกว่าถูกใจ
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
   กุญแจรีโมทเดิมของรถที่เรียกว่ารีโมทเซ็นทรัลล็อค  อาจจะเป็นแบบมีหรือไม่มีระบบกันขโมยแบบใช้ชิพ immobilizerอยู่ในกุญแจ ,อาจจะเป็นแบบมีหรือไม่มีเสียงเตือน(เสียงแตรรถ) แต่เนื่องจากระบบแบบนี้มีการติดตั้งมาจากโรงงานประกอบรถยนต์เหมือนกันหมดทุกคัน ทำให้มีจุดอ่อน เพราะว่าขโมยใช้วิธีนำกล่อง ECU พร้อมชิพ immobilizer ของกล่อง ECU นั้นมาเอง แล้วสลับกับกล่อง ECU ในรถลูกค้า ทำให้ขโมยสามารถสตาร์ทรถไปได้ และการรีเซ็ทหรือปิดระบบกันขโมยในกรณีที่รีโมทใช้ไม่ได้ ก็จะเหมือนกันหมดทุกคัน จึงเป็นจุดอ่อนที่ทำให้รถรุ่นใหม่ๆก็ยังถูกโจรกรรมอยู่ ดังนั้นรถที่อาจจะมีระบบกันขโมยมาจากโรงงานประกอบรถยนต์ ก็ควรเพิ่มเติมระบบกันขโมยอีก 2-3 ชั้น เพื่อการป้องกันที่แน่นหนามากขึ้น เช่นการติดตั้งสัญญาณกันขโมย และการติดตั้งอุปกรณ์ล็อคเบรค,ล็อคเกียร์,ล็อคครัช

กันขโมยแบบอัพเกรด ก็คือการติดตั้ง สัญญาณกันขโมยแบบ O.E.M. Security Upgrade เพื่อทำให้รีโมทเซ็นทรัลล็อค กลายเป็นรีโมทกันขโมย เช่นกันขโมย AM 1.5มันจะทำงานตามสัญญาณเซ็นทรัลล็อคของรถ(ซึ่งการสั่งเซ็นทรัลล็อคทำงานอาจมีมากกว่า 1 วิธี)  ,การใช้งานกันขโมยแบบนี้คือเมื่อล็อครถด้วยรีโมทเดิมของรถ จะมีเสียงไซเรนดัง ป๊อก 1 ครั้ง  เพื่อบอกว่าเรากดรีโมทล็อครถแล้ว สัญญาณกันขโมยพร้อมทำงาน ,เซ็นเซอร์ป้องกันต่างๆจะทำงาน (ถ้ารถถูกบุกรุก ไซเรนจะร้องเตือน) เช่นป้องกันการเปิดประตูรถ รวมทั้งฝากระโปรงหน้า-หลัง ,มีการตัดสตาร์ทชั้นที่ 2 ป้องกันการต่อสายตรง,ช็อคเซ็นเซอร์หรือเซ็นเซอร์ป้องกันการทุบรถจะทำงาน รวมทั้งเซ็นเซอร์อื่นๆที่ลูกค้าใส่เพิ่มเช่นเรด้าห์เซ็นเซอร์,เซ็นเซอร์ป้องกันการยกรถ ,ถ้ารถถูกบุกรุก ไซเรนดัง และไฟกันขโมย LED สีน้ำเงินจะกระพริบบอกว่ารถร้องเพราะเซ็นเซอร์ตัวไหน  โดยกระพริบตามหมายเลขเซ็นเซอร์ ซึ่งมีหมายเลข 1-6 , การปลดล็อคกันขโมย ต้องปลดล็อคด้วยรีโมทเดิมของรถเท่านั้น ถ้ารีโมทใช้ไม่ได้ก็ต้องรีเซ็ทหรือปลดล็อคกันขโมยด้วยสวิทช์ล่องหน(เทคโนโลยีของ Directed) ร่วมกับกุญแจรถ อย่างไรก็ตามรถบางรุ่นถ้าเราลืมปิดประตูรถ เราจะกดรีโมทล็อครถไม่ได้

 แต่สำหรับรถที่มีกันขโมยเดิมจากโรงงานประกอบรถยนต์ การรีเซ็ทกันขโมยของรถทุกคันจะเหมือนกันหมด ทำให้มีจุดอ่อน เช่นรถบางรุ่นที่มีเสียงเตือนแบบแตรรถและมีการติดตั้งกันขโมยแบบอัพเกรดด้วย ถ้าเราทดลองล็อครถด้วยรีโมทเดิมของรถ แล้วไขกุญแจเปิดประตูรถ เพื่อให้กันขโมยทำงาน แตรรถจะร้องเตือน และไซเรนของสัญญาณกันขโมยแบบ  O.E.M. Security Upgrade จะร้องเตือนด้วย  เราสามารถรีเซ็ทเสียงแตรรถด้วยการไขกุญแจ ON เสียงแตรรถจะเงียบไป(หรืออาจจะรีเซ็ทกันขโมยด้วยวิธีอื่น ขึ้นอยู่กับรุ่นของรถ) แต่ไซเรนของสัญญาณกันขโมยยังร้องอยู่ ระบบตัดสตาร์ทยังคงทำงานอยู่ เราต้องรีเซ็ทเสียงไซเรนด้วยการใช้กุญแจรถร่วมกับสวิทช์ล่องหนเท่านั้น เสียงไซเรนจึงจะหยุดร้อง และระบบตัดสตาร์ทหยุดทำงาน ซึ่งเป็นความลับของรถแต่ละคัน จะเห็นว่าการรีเซ็ทกันขโมยแบบทั่วไปจะใช้ไม่ได้ 
   
สำหรับการปลดล็อคกันขโมยแบบอัพเกรด ถ้าเรากดรีโมทปลดล็อค จะมีเสียงไซเรนดัง ป๊อก 2 ครั้ง เพื่อบอกว่าเราปลดล็อคแล้ว แต่ถ้าเรากลับมาที่รถแล้วมีเสียงไซเรนดังป๊อก 4 ครั้ง ก็หมายความว่าก่อนหน้านี้ไซเรนร้องเตือน เราก็ดูว่าไฟกระพริบกี่ครั้ง เพื่อดูว่าเซ็นเซอร์ตัวไหนมันทำงาน หรือรถถูกบุกรุกมาทางเซ็นเซอร์ตัวไหน เช่นฝากระโปรงท้ายรถถูกเปิด LED จะกระพริบ 1 ครั้ง,รถถูกทุบหรือช็อคเซ็นเซอร์ทำงาน LED จะกระพริบ 2 ครั้ง,ประตูรถถูกเปิด LED จะกระพริบ 3 ครั้ง,รถถูกต่อสายตรง LED จะกระพริบ 5 ครั้ง ,ฝากระโปรงหน้าถูกเปิด LED จะกระพริบ 6 ครั้ง  แต่ถ้าเราล็อครถ มีเสียงไซเรนดังป๊อก 1 ครั้ง รอสักครู่แล้วมีเสียงป๊อกอีก 1 ครั้ง ก็หมายความว่ามีเซ็นเซอร์ผิดปกติอยู่ 1 ตัว เราก็ดูว่าไฟ LED กระพริบกี่ครั้ง ก็ให้เช็คเซ็นเซอร์ตัวนั้น เช่น กระพริบ 1 ครั้ง ก็หมายความว่าเซ็นเซอร์ฝากระโปรงท้ายรถมันทำงานอยู่ ซึ่งก็คือฝากระโปรงท้ายรถปิดไม่สนิทนั่นเอง เราก็ไปปิดฝากระโปรงท้ายรถให้สนิท แล้วล็อครถ ก็จะได้ยินเสียงไซเรนดัง 1 ป๊อก โดยไม่มีป๊อกที่ 2 ตามมา
สำหรับกันขโมย AM 1.5 มีการออกแบบให้มี Programmer Port เพื่อใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ GPS ของ Directed เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้สมาร์ทโฟนเป็นรีโมท 2 Way และติดตามตำแหน่งของรถได้

   เรื่องสำคัญของการติดตั้งกันขโมยแบบอัพเกรด จะต้องติดตั้งให้กันขโมยทำงานได้สมบูรณ์  ตัวเครื่องกันขโมยจะต้อง”มีระบบป้องกันการปลดล็อคโดยไม่ใช้รีโมท”และต้องติดตั้งระบบนี้เข้าไปด้วย กล่าวคือเมื่อล็อครถด้วยรีโมทแล้ว จะต้องมีระบบป้องกันการปลดล็อคกันขโมยเช่นถ้าขโมยพยายามงัดระบบเซ็นทรัลล็อคที่ประตูรถหรือการพยายามปลดล็อครถด้วยวิธีอื่น กันขโมยจะต้องไม่ถูกปลดล็อคด้วยวิธีการดังกล่าว ,กันขโมยจะต้องร้องเตือน,ระบบตัดสตาร์ทต้องทำงานเหมือนเดิม และถ้ารถถูกบุกรุก ไซเรนร้อง การล็อคซ้ำจะทำให้กันขโมยหยุดร้องได้ จึงต้อง”มีระบบป้องกันการล็อคซ้ำโดยไม่ใช้รีโมท”ด้วย  จึงจะถือว่ากันขโมยแบบอัพเกรดของรถคันนั้นทำงานได้สมบูรณ์ ซึ่งเมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ต้องทดสอบให้ลูกค้าเห็นว่ามีการป้องกันในลักษณะนี้จริงๆ นอกจากนี้กันขโมยรุ่นที่กล่าวถึง ยังมีคุณสมบัติอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถ คือเมื่อเราสตาร์ทรถ เซ็นทรัลล็อคก็จะล็อคให้อัตโนมัติ และเมื่อดับเครื่องเซ็นทรัลล็อคก็จะปลดล็อคอัตโนมัติ ซึ่งเราจะใช้หรือไม่ใช้ฟังก์ชั่นนี้ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ.

    ข้อมูลมาจากที่นี่...
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

รวมพลคนรักช่างยนต์ (AUTO Community)