ข่าวประชาสัมพันธ์

☆ ★ มาร่วมสนับสนุนเว็บด้วยการสมัคร สมาชิก VIP ปีละ 300 บาท ได้สิทธิ์โหลดคู่มือการซ่อมเด่นๆ มากมาย☆¸.•°*”˜˜”*°•☆♥


ผู้เขียน หัวข้อ: Wave 110 i เร่งแล้วสะอึก ช่างจะผ่า !!! เครื่องอย่างเดียว จนได้ทะเลาะกัน  (อ่าน 6306 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 22411
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • หนึ่งบุญคุณที่หยิบยื่น ตอบคืนหมื่นครั้งก็มิปาน
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
อ้างถึง
     จั่วหัวไว้เป็นเรื่องจริง ของผู้หญิง สว. ท่านหนึ่ง ขี่รถที่มีปัญหาไปให้ช่างซ่อม สงสัยจะซ่อมมาหลายครั้ง  แต่แก้ไม่ตก แก้ไม่ได้ช่างเลยหาทางออกด้วยการจะผ่าเครื่อง....เสียเลย แต่เจ้าของรถไม่ยอม เลยเกิดเหตุทะเลาะกัน ก็เลยเป็นข่าว 5 5 5

    นำรถมาให้นาย Auto Man แก้ปัญหาให้ ด้วยความที่ไว้วางใจนั่นเอง   ไม่เป็นไรเดี๋ยวจัดให้

   เวฟ 110 ไอ ถือว่าเป็นรถหัวฉีดยอดนิยมของฮอนด้าอีกรุ่นหนึ่งที่ขายดี ด้วยหลายเงื่อนไข
ไม่ว่าจะเป็นราคาค่าตัวพอจะไขว่คว้ามาได้ไม่ยากนัก เงินดาวน์ถือว่าต่ำมากๆ  จึงเป็นที่นิยมของ
บรรดานักเรียน นักศึกษา แม่ค้าพ่อค้าทั้งหลาย

   แต่ด้วยราคาค่าตัวไม่ถึง 4 หมื่นบาท  ฮอนด้าทำรถหัวฉีดออกมาขายได้ยังไง ก็มีหลายเทคนิค
ในการนำมาใช้ด้วยการลดต้นทุนในการผลิต

   อย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ในระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ ได้มีการลดจำนวนตัวตรวจจับ
(Sensor) จาก 6 ตัว คงเหลือเพียง 4 ตัว  ทำให้ลดต้นทุนไปได้มากโข

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


    อย่างในภาพด้านบนตามลูกศรชี้ เราเรียกว่าชุดเซนเซอร์  ในชุดนี้จะประกอบด้วยเซนเซอร์จำนวน
3 ตัว คือ
ตัวที่ 1  ตัวตรวจจับความดันในท่อไอดี หรือเราเรียกว่า MAP Sensor (Manifold Absolute Sensor)
ตัวที่ 2  ตัวตรจจจับอุณหภูมิอากาศ หรือเรียกว่า IAT Sensor (Intake Air Temperature Sensor)
ตัวที่ 3 คือ ตัวตรวจจับตำแหน่งลิ้นเร่ง หรือ TP Sensor (TPS = Thorttle Position Sensor)
    รวมราคาในชุดนี้ ตกประมาณ 1,100 บาท ถ้าตัดออกสักสองตัว ก็ประมาณว่าตัดเงินออกไปเหลือสอง
ในสาม คงเหลือเป็นเงินประมาณ สัก 400 บาทได้มั๊ง

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


    อย่างในภาพด้านบนเป็นชุดของเรือนลิ้นเร่ง ทั้งชุดน่าจะพร้อมด้วยเตัวตรวจจับลิ้นเร่ง ขายกันเพียง หกร้อยกว่าบาท
ถือว่าถูกมากๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 กันยายน 2559, 04:16:51 โดย Auto Man »
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 22411
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • หนึ่งบุญคุณที่หยิบยื่น ตอบคืนหมื่นครั้งก็มิปาน
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
ซ่อมรถเสร็จแล้ว ว่าจะเอาข้อมาลงอย่างครบถ้วน ทุกแง่ทุกมุม เพื่อจะเป็นแนวทางให้กับผู้อื่น
ในการวิเคราะห์การซ่อม ไม่ใช่สักแต่จะผ่าเครื่องหรือเปลี่ยนอะไหล่แบบปูพรมหรือจัดชุดใหญ่แบบศูนย์บริการ 

  แต่ว่าบ่ายนี้ติดจัดตารางสอน เอาไว้มีเวลา จะค่อยๆ นำเสนอต่อไป  โปรดคอยติดตาม...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 กันยายน 2559, 18:49:54 โดย Auto Man »
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 22411
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • หนึ่งบุญคุณที่หยิบยื่น ตอบคืนหมื่นครั้งก็มิปาน
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


  รถเวฟ 110 ไอ คันนี้วิ่งมาได้ 56,038 กิโลเมตร ถือว่าไม่มากเกินไป ถือว่าเป็น
เจนเนอเรชั่นที่ 4 ของระบบหัวฉีด พีจีเอ็ม-เอฟไอ ของฮอนด้า

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


  อาการที่เจอในครั้งแรก คือ ติดง่าย เร่งตัวเปล่าอยู่กับที่ รอบขึ้นได้ดีอย่างไม่มีปัญหา แต่ว่า...
เบาแล้วดับ


   อาการนี้การแก้ไข เพียงคลายน๊อตปรับสกรูตั้งรอบเดินเบา อยู่ตรงเรือนลิ้นเร่ง ใช้ไขควงแฉกปรับจากด้านขวามือของรถ  โดยการคลายออก

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


ผลการปรับ  อาการเบาแล้วดับ ดีขึ้นมาในระดับหนึ่ง แต่มันไม่ได้เร่งได้ อย่างที่ใจต้องการ
เพราะคลายสกรูออกเรื่อย เครื่องจะค่อยๆเร่งขึ้น นิดส์หนึ่ง ได้แค่นั้นจริง ถึงแม้จะคลายออกมามาก วัดรอบเครื่องได้ไม่ถึง 1,350 รอบ/นาที ก็ไม่รู้ว่าใหม่ๆ เขาทำได้เท่าไหร่ ปรับยังไงก็ได้ส่ำนั้นล่ะ ดีไม่ดีรอบสิตกลงอีก ที่จริงสกรูตัวนี้น่าจะเรียกว่า สกรูปรับส่วนผสมเดินเบา เสียด้วยซ้ำไป เพราะว่าอะไร เพราะเครื่องจะเพิ่มปริมาณอากาศเข้าไปอย่างเดียว เครื่องไม่ได้เพิ่มปริมาณการฉีดขึ้นมาเลย เพราะมันขาดตัวตรวจจับไปตัวหนึ่ง คือตัวตรวจจับแรงดันในท่อร่วมไอดี ซึ่งการปรับสกรูปรับอากาศมีผลทำให้อากาศเข้าท่อไอดีมากขึ้น เป็นผลให้แรงดันในท่อไอดีมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะมีผลต่อการสั่งการฉีดเพิ่มของกล่องอีซีเอ็ม

    แต่เวฟ 110 ไอ ไม่มีตัวตรวจจับนี้ แล้วใครทำหน้าที่นี้แทนล่ะ ซึ่งก็คือ ตัวตรวจจับตำแหน่งลิ้นเร่ง ถ้าเราเร่งมากน้อย จะมีต่อการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง  แต่การปรับสกรูปรับรอบเดินเบา สกรูตัวนี้ไม่ได้ยันลิ้นเร่งครับ  ดังนั้นควรจะเรียกใหม่ว่า สกรูปรับส่วนผสมเดินเบา มากกว่า จึงจะเป็นการถูกต้อง

   เพราะอะไรหรือครับ จากการปรับสกรูตัวนี้ ถ้าคลายออกมามาก แทนที่เครื่องจะเร่งมากเพิ่มขึ้น ตามการคลายสกรู แต่จะเพิ่มได้นิดเดียว แต่จะมีผลเสียคือ เวลาบิดคันเร่งจะรู้สึกว่า อัตราเร่งของเครื่องมีการตอบสนองช้า จนจับความรู้สึกได้ ดังนั้นผมแนะนำว่า การปรับรอบเดินเบา เห็นทีจะต้องไปปรับที่สกรูยันลิ้นเร่ง (ถ้ามี)

    วันนี้มีรถเวฟ 110 ไอ ของลูกศิษย์มาเปลี่ยนแผงพักเท้าของผู้ขับขี่เป็นแบบชุบโครเมี่ยม เลยขอถือโอกาสลองปรับสกรูปรับรอบเดินเบา ผลก็คือปรับได้สูงสุดประมาณ 1500 รอบ/นาที เอง ไม่มีขึ้นมากไปกว่านั้นมีแต่ว่ารอบจะตอบลง แต่เวลาขันเข้ารอบจะต่ำลง ก็แสดงว่ารถของเราคันนี้ปกติ อาการที่ผิดปกติ ต้องมาจากสาเหตุอื่น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กันยายน 2559, 16:30:14 โดย Auto Man »
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

รวมพลคนรักช่างยนต์ (AUTO Community)


ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 22411
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • หนึ่งบุญคุณที่หยิบยื่น ตอบคืนหมื่นครั้งก็มิปาน
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
    ถอดล้างเรือนลิ้นเร่ง 

    เลยตัดสินใจถอดล้างเรือนลิ้นเร่ง (ทำอย่างกับรถยนต์หลายยี่ห้อที่เขาทำกัน) โดยถอดหม้อกรองอากาศ และถอดแยกกรองอากาศออก สภาพกรองอากาศถือว่าไม่สกปรก ไม่มีฝุ่นเลย แสดงว่าช่างคนก่อนเขาทำการเป่าไส้กรองอากาศมาแล้ว จัดการปลดสายไฟเข้าหัวฉีดออก ถอดแยกเรือนลิ้นเร่งออกจากท่อไอดี  แล้วจัดการถอดสกรูปรับรอบเดินเบา และจัดการล้างด้วยน้ำมันเบนซิน แล้วเป่าลมให้แห้ง ประกอบกลับคืน

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ



    ตรวจสอบระยะห่างลิ้นเดิม/ปรับตั้งระยะห่างลิ้น 

     ไหนๆ ได้ถอดมาจนเห็นฝาครอบลิ้นแล้ว เลยถือโอกาสเช็ค/ตรวจระยะห่างลิ้นเสียเลย  โดยการถอดน๊อตฝาครอบลิ้น 2 ตัวออก
เช็คไล่จังหวะ ดูด - อัด - ระเบิด - คาย แล้ววนมาจนถึงจังหวะอัด  ทำการเช็คระยะห่างลิ้น ด้วยฟิลลิ่ง (ด้วยความรู้สึกครับ ไม่ต้องใช้ฟิลเลอร์เกจ ขยับด้วยมือนี่แหละ) ปรากฏว่าลิ้นไอดีเกือบจะชิด แต่ลิ้นไอเสียชิด/ยันนิดๆ เลยปรับตั้งใหม่ทั้งสองลิ้น ด้วยระยะห่าง 0.05 มม.

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


  ให้น้องๆ นักเรียนไปเช็คตารางค่าระยะห่างลิ้น ได้มาว่าระยะห่างของ Wave 110 i มีค่าเท่ากับ 0.05 มม. ทั้งลิ้นไอดีและลิ้นไอเสีย  แต่พอเราไปเช็คข้อมูลจริงๆ มันไม่ใช่นี่หว่า ที่จริงคือ 0.10 มม. (ประมาณบรรทัดที่ 8 จากด้านบน)

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


    วัดกำลังอัดภายในกระบอกสูบ 

    จากนั้นไหนๆ ก็ไหน ๆ กันแล้ว เลยลองตรวจสอบวัดกำลังอัดของรถคันนี้กันโดยการบิดคันเร่งสุด สตาร์ท(ถีบ) ประมาณ 3 ครั้ง หรือจนเข็มไม่ขึ้น อย่าลืมบิดคันเร่งสุด  วัดได้ 150 PSI (ปอนด์/ตารางนิ้ว)  ถือว่ากำลังอัด

 -O-

ภาพเครื่องมือวัดกำลังอัดเครื่องยนต์แก๊สโซลีน (มี 2 ชุดนะครับ เลือกเอาแบบหนึ่ง)
- นาย Auto Man เลือกใช้ตัวซ้ายครับ ประกอบเกจวัดกับแกนต่อ อัดเข้าที่รูหัวเทียน โดยใช้อุ้งมือกดที่ตัวเกจวัด

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


ข้างล่างนี้คือ วิธีการวัดกำลังอัด สามารถนำไปใช้ได้กับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องยนต์ทุกชนิดครับ
(แต่ถ้าเป็นเครื่องยนต์ดีเซล จะใช้เกจวัดที่มีย่านการวัดแรงดันหรือกำลังอัดได้สูงกว่าเกจวัดของเครื่องยนต์เบนซินมาก)

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2559, 07:26:23 โดย Auto Man »
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 22411
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • หนึ่งบุญคุณที่หยิบยื่น ตอบคืนหมื่นครั้งก็มิปาน
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
    หลังจากนั้นประกอบทุกอย่างกลับคืน ยกเว้นชุดแฟริ่งหุ้มห่อทั้งหลายยังไม่ต้องประกอบตอนนี้  เพื่อทดสอบสิ่งที่เราทำมาก่อนว่าสามารถแก้ปัญหารถ ได้หรือไม่

    เปิดสวิทช์กุญแจ  ชำเลืองดูไฟเช็คเอนจิ้น ติด 2 วิ  แล้วดับลงพร้อมกับเสียงอี๊ดของปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงก็เงียบลงด้วย แสดงว่า ระบบควบคุมเครื่องยนต์ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ณ ตอนนี้  จัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยการยันคันสตาร์ทลงไป เสียงเครื่องยนต์ทำงาน ลองบิดคันเร่งดู และนำรถออกไปขี่ทดสอบ

ผล   ยังมีอาการสะอึก วูบ ช่วงขี่เกียร์ 2 หรือ สาม ในความเร็วสัก 20-30 กม./ชม แล้วบิดคันเร่งขึ้นมา รถจะมีอาการสะอึก สะดุด ให้เห็น สรุปสิ่งท่ี่ทำมายังแก้ปัญหาไม่ได้ แต่ได้แก้ไขสิ่งที่อาจเป็นปัญหาต่อไป คือ ลิ้นไอเสียยัน ระยะห่างลิ้นไอดีชิดไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2559, 07:28:10 โดย Auto Man »
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 22411
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • หนึ่งบุญคุณที่หยิบยื่น ตอบคืนหมื่นครั้งก็มิปาน
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
    ชักไม่มั่นใจแล้วสิ  ว่าปัญหามันเกิดที่ตรงไหน หรือว่าเป็นที่ระบบควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง แบบ PGM-Fi  ถ้างั้นแล้วลองจั๊มปลั๊กเพื่ออ่านรหัสปัญหาในอดีตของรถคันนี้กันดีกว่า  เพราะว่าเคยเจอในรถคลิ๊กคันหนึ่งที่มีรหัสปัญหาในอดีตจำไว้ในกล่อง ECM จำนวนมากจนรถมีปัญหาเกิดขึ้น เราเพียงแค่ลบรหัสปัญหาคั่งค้างที่ ECM ออกแค่นั้นเอง รถก็ทำงานได้เป็นปกติ

    แต่ก่อนอื่นให้เตรียมสายจั๊ม  จะเป็นสายไฟเส้นเดียวปอกหัวท้ายก็ได้ หรือจะใช้คลิ๊ปเสียบกระดาษก็ได้คือกัน นำมาดัดงอให้เป็นรูปตัวยู (U) และทุบด้านปลายให้แบนพอจะเสียบเข้าไปที่ปลั๊กได้ไม่หลุด  ดังภาพด้านล่าง ซึ่งทางฮอนด้าเรียกว่าเป็น เครื่องมือวิเศษ เอ๊ย!!! เครื่องมือพิเศษ  ราคาน่าจะหลักหลายร้อยบาทอยู่  แต่ของเรา เก็บคลิ๊ปเสียบกระดาษที่มักหล่นอยู่ทั่วไป ได้มา ฟรี...

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


  ซี่งจะได้นำเครื่องมือพิเศษนี้ไปใช้ในการจั๊ม หรือช๊อตขั้วระหว่างสองขั้ว ในความคิดเห็นต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2559, 07:32:54 โดย Auto Man »
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 22411
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • หนึ่งบุญคุณที่หยิบยื่น ตอบคืนหมื่นครั้งก็มิปาน
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
   ขั้นต่อไป เราต้องหาที่อยู่ของปลั๊กที่จะเสียบเพื่อที่จะอ่านโค๊ดว่าอยู่ที่จุดใด เพราะแต่ละรุ่นก็ไม่เหมือนกัน
อย่างเช่นของ Wave 125 i จะอยู่ที่ฝาครอบหน้ารถตรงส่วนที่ยึดตะแกรง ต้องถอดน๊อตยึดตะแกรงออก
แต่สำหรับของเวฟ 110 ไอ จะอยู่ที่ฝาครอบคานกลางรถ ต้องถอดตรงนี้ครับ

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


  แล้วเราจะมองเห็นปลั๊กอันหนึ่งที่มีฝาปิดหัวปลั๊กไว้อยู่  ให้เราถอดฝาปิดออก และให้จั๊มสายสีน้ำเงิน กับ สายเขียว/ดำ
โดยใช้อุปกรณ์ที่เราเตรียมไว้ครับ  ข้อสังเกตุ สายที่เราจั๊มทั้งสองเส้นจะเป็นสายที่อยู่ชิดกันครับ

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


    จากการจั้มขั้วตรวจสอบดังภาพด้านบน 
ผล ไฟเช็คเอนจิ้นติดตลอด แสดงว่ารถไม่เคยมีปัญหาใดๆ ในอดีต (ประวัติดี ไม่มีเสีย 5 5 5) แต่มันทำไมสะอึกล่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กันยายน 2559, 16:58:30 โดย Auto Man »
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 22411
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • หนึ่งบุญคุณที่หยิบยื่น ตอบคืนหมื่นครั้งก็มิปาน
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
ขอพักไว้ เดี๋ยวมาต่อพรุ่งนี้

ช่วงนี้ไม่รู้เว็บฝากไฟล์เป็นยังไง ภาพอับหรือโหลดไม่ค่อยได้เลย

สบายดีนะครับ  Bye Bye:
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

ออฟไลน์ เอกชัย แก้วนิวงศ์

  • ช่างยนต์มือใหม่
  • *
  • Joined: ก.ย. 2559
  • กระทู้: 22
  • สมาชิกลำดับที่ : 893
  • เพศ: ชาย
  • ความจนไม่มีอยู่หมู่คนขยัน
    • อีเมล์
 8) เท่าที่ผมเจอ   เวฟ110ไอ อาการสะดุด ,วิ่งไม่ขึ้น ,วิ่งได้แค่ 40 ไฟเครื่องไม่โชว์เปลี่ยนหัวฉีดจบครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กันยายน 2559, 16:12:44 โดย Auto Man »

ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 22411
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • หนึ่งบุญคุณที่หยิบยื่น ตอบคืนหมื่นครั้งก็มิปาน
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
 8) เท่าที่ผมเจอ   เวฟ110ไอ อาการสะดุด ,วิ่งไม่ขึ้น ,วิ่งได้แค่ 40 ไฟเครื่องไม่โชว์เปลี่ยนหัวฉีดจบครับ
ขอบคุณท่านเอกชัย สมาชิกกิตติมศักดิ์ ที่มาร่วมแจม  นาย Auto Man ก็หวังอย่างนี้แหละอยากให้สมาชิกที่ผ่าน
ประสบการณ์การซ่อม มาร่วมถ่ายทอด/แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน 

 -OO-
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 22411
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • หนึ่งบุญคุณที่หยิบยื่น ตอบคืนหมื่นครั้งก็มิปาน
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
   เมื่อกล่องอีซีเอ็ม (ECM) รายงานว่าไม่มีตัวตรวจจับใดผิดปกติ แต่ก็มีบางสิ่งทีนอกเหนือการตรวจจับของ ECM หลายๆ อย่าง เช่น
1. ตัวตรวจจับตำแหน่งของเพลาข้อเหวี่ยง ซึ่งถ้าตัวตรวจจับตัวนี้เสียหรือช๊อต กล่องก็จะตรวจจับไม่ได้ และจะไม่โชว์รหัส เราจะถือว่า
   ระบบปกติหรือไม่ เมื่อไฟไม่โชว์กระพริบรหัสปัญหาออกมา ซึ่งแน่นอนว่า เครื่องจะสตาร์ทไม่ติด ทั้งๆ ที่ไฟเช็คเอนจิ้นบอกปกติ 5 5 5
   ก็ระบบมันเป็นอย่างนั้น  ซึ่งก็แล้วแต่วิศกรออกแบบครับ แต่ ณ ตอนนี้มันเป็นอย่างนี้  แต่สำหรับอาการของรถคันนี้ ไม่เกี่ยวกับตัวตรวจจับตำแหน่งเพลาข้อเหวี่ยงแน่ เพราะรถติดได้ เร่งตัวเปล่าได้ดี มีสะอึกตอนขี่ใช้เกียร์ 2 หรือ 3 แล้วบิดคันเร่งขึ้น จะสะอึกตอนแรก และจะเป็นอย่างนี้ตลอดในการขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่ไม่มั่นใจ

2. แรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ส่งจากถังไปยังหัวฉีด ปกติค่ามาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 40 ปอนด์/ตารางนิ้ว เมื่อเปิดสวิทช์กุญแจไปที่
    ตำแหน่ง ON โดยปั๊มจะทำงาน 2 วิ แล้วหยุด แต่ถ้าติดเครื่องยนต์แรงดันจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 43 ปอนด์/ตารางนิ้ว ซึ่งถือว่าเป็น
    แรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีทีเดียว  ซึ่งแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงนี้ ในระบบหัวฉีดของเครื่องเบนซินไม่มีตัวตรวจจับแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง
   ไม่เหมือนเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ที่สามารถอ่านค่าได้จากเครื่องสแกนรถยนต์ที่มีวางขายกันอยู่เกลื่อนกลาด
    ดังนั้นเมื่อรถมีปัญหา เร่งวูบ หรือสะอึก ก็ต้องลองวัดค่ากันดู  ถ้าใช้เครื่องมือวัดแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงได้น้อยหรือต่ำเกินไปอย่างเช่น
    ได้ประมาณไม่เกิน 25 ปอนด์/ตารางนิ้ว แค่เร่งก็วูบแล้ว แต่เพียงแค่ติดเดินเบา ติดได้สบายครับ ชึ่งเดียวติด แต่เร่งเมื่อไหร่มีวูบ

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ

   สเปคของระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ PGM-Fi ของรถคันนี้

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ

    ภาพเครื่องมือวัดแรงดันปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบด้วยเกจ ข้อต่อสามทาง และสายน้ำมัน

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ

    แสดงหน้าปัดของเกจวัดแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง ด้านนอกจะบอกเป็นปอนด์/ตารางนิ้ว


     คลิ๊ปสาธิตการตรวจวัดแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงในรถ จยย.หัวฉีด (โดย Mr.Auto Man)

3. หัวฉีด  หัวฉีดมีปัญหาที่เกิดจากการขาดวงจร เช่นหัวฉีดขาด (ขาดวงจรภายในหัวฉีด) สายปลั๊กหัวฉีดหลุด/หลวม หนูกัดสาย หรือว่า
    สายช๊อตกัน หัวฉีดช๊อต ประมาณนี้ จะขึ้นโค๊ด 12 แต่ถ้าสายไม่ขาด ไม่ช๊อต จะไม่ขึ้นโค๊ต 12 อย่างเช่น หัวฉีดเกือบตัน ฉีดออกน้อย
    อาการก็จะแสดงออกมาตามปริมาณน้ำมันที่ฉีดออกไปได้ ถ้าฉีดได้น้อยลงกว่าเดิมมาก อาการวูบก็จะมีตามมา อย่างที่ท่าน เอกชัย ว่ามา
    ทำให้เราวินิจฉัยยากถึงยากส์ ๆ ๆ มาก

สรุป ในย่อหน้านี้ เราทำการวัดในข้อที่ 2 ในเรื่องแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง วัดได้ตามที่กล่าวมา แต่ในข้อที่ 1 ไม่ได้ทำการวัด เพราะว่า
    เครื่องติดได้  เร่งตัวเปล่าอยู่กับที่ทำได้ปกติอย่างไม่มีปัญหาเลย  เลยข้ามขั้นตอนนี้ไป
    ส่วนข้อที่ 3  ในเมื่อเครื่องเร่งตัวเปล่าได้ ก็ไม่น่ามีปัญหาจากการอุดตัน เพราะถ้ามีการอุดตันคงเร่งไม่ขึ้นเป็นแน่แท้

แล้วปัญหามันเป็นที่อะไร ? ? ?


- แถบสีน้ำมัน ถ้าเข็มวัดแรงดันชี้อยู่บริเวณแถบนี้ น่าจะบอกว่าแรงดันของปั๊มต่ำเกินไป
- แถบเหลือง นี่น่าจะถือว่าใช้ได้
- แถบสีแดง น่าจะมากเกินไปละมั๊ง 5 5 5

   ใครสนใจตัวสินค้า  สั่งมาขายดีบ๊อ...  สมาชิกท่านใดสนใจลองติดต่อมาดู ราคาน่าจะประมาณปั๊มเชื้อเพลิง 1 ลูก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 กันยายน 2559, 14:25:07 โดย Auto Man »
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 22411
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • หนึ่งบุญคุณที่หยิบยื่น ตอบคืนหมื่นครั้งก็มิปาน
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
  เดี๋ยวขออนุญาต เมือบ้านก่อน เดี๋ยวเมียปะ...
 :(
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 22411
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • หนึ่งบุญคุณที่หยิบยื่น ตอบคืนหมื่นครั้งก็มิปาน
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
   ชักจะเข้าตาจนแบบรถฟีโน่อีกล่ะ... แล้วปัญหามันอยู่ที่ไหน

ไหนๆก็ไหนๆ  จัดการตั้งโหมดการทำงานของกล่อง ECM เสียเลย
ที่มาของการตั้งโหมด ก็คือเราตัดตัวตรวจจับออกตั้ง 2 ตัว ตัวที่จะมาช่วยทำงานแทน
คือการโปรแกรมข้อมูลเข้าไปในกล่อง ECM เป็น 4 กราฟ เลือกใช้เอาตามระดับความสูง
ของพื้นที่ใช้งาน โดยเทียบกับระดับน้ำทะเล

โหมดการทำงาน จะมี 4 โหมด สำหรับพื้นที่ในประเทศไทยจะเลือกใช้โหมดที่ 1จะมียกเว้น
ที่เดียวคือ บนดอยอินทนนท์แค่นั้นเอง

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2559, 07:56:37 โดย Auto Man »
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 22411
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • หนึ่งบุญคุณที่หยิบยื่น ตอบคืนหมื่นครั้งก็มิปาน
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
  การปรับตั้งโหมดการทำงานของรถเวฟ 110 i Step 4 ทำได้ง่ายๆ แต่ว่าอ่านแล้วอาจจะงง ? ? ?
เราจะนับครั้งการปล่อยคันเร่งครับ ถ้าปล่อย 1 ครั้งแค่นั้น จะได้เท่ากับโหมด 1
ถ้าปล่อย 2 ครั้ง จะได้โหมด 2  แล้วท่านอยากได้โหมดไหนะล่ะ ก็นับจำนวนครั้งที่ปล่อย....
แต่ว่ารถมีแค่ 4 โหมด (นาย Auto Man ไม่ได้ลองปล่อยสัก 5 ครั้ง ผลจะเป็นยังไง สมาชิกท่านใดลอง
ช่วยมาตอบใต้กระทู้นี้หน่อย จะถือว่ามีส่วนร่วม  5 5 5 )

นาย Auto Man สรุปเป็นข้อๆ ให้อย่างนี้ก็แล้วกัน

1. จั๊มสายที่ปลั๊กตรวจสอบเหมือนการอ่านโค๊ดเลย  ถ้ายังทำไม่เป็น ให้ย้อนกลับไปอ่านที่ความคิดเห็นด้านบน ครับ

2. จากนั้นบิดคันเร่งสุดค้างไว้ครับ

3. เปิดสวิทช์กุญแจไปที่ตำแหน่ง ON  สังเกตุที่ไฟเช็คเอนจิ้นจะติดค้างตลอด
    รอไปเรื่อย จนกว่า ไฟเช็คเอนจิ้นติดกระพริบถี่ๆ ให้เราเริ่มปฏิบัติการต่อไป

4. ถอนคันเร่ง (หมุนคันเร่งคืนจนสุด)  สังเกตุไฟเช็คเอนจิ้นที่ติดกระพริบถี่ๆ จะกระพริบต่อไปอีกนิดหนึ่ง
    จากนั้นจะดับลงไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง แล้วจะติดแว๊บหนึ่งขึ้นมา แล้วดับลง เว้นระยะนิดหนึ่ง ก็จะวนแบบนี้
    ไปเรื่อยๆ  การกระพริบหนึ่งครั้ง หมายถึง กล่อง ECM ตอนนี้ถูกเซ็ทการทำงานที่โหมด 1 เรียบร้อยแล้ว

    แต่ถ้าเราต้องการโหมด 2  หลังจากถอนคันเร่งครั้งแรกที่บิดค้างไว้ ให้รอแป๊บหนึ่ง (เคล็ดลับ) จากนั้นจึงบิด
    คันเร่งสุดแล้วถอนคันเร่งทันที  เพียงแค่นี้เราจะได้โหมด 2 แล้วล่ะ

5. เมื่อได้โหมดที่ต้องการ ก็เพียงปิดสวิทช์กุญแจ  ปลดสายจั๊มออก

ทีนี้อย่าลืมทดลองติดเครื่องเครื่อง บิดคันเร่งทดสอบ และสุดท้ายถ้าไม่มีอาการวูบ เร่งไม่ขึ้น เร่งแล้วตอบสนองช้า
ให้เห็น ก็ให้นำรถออกทดสอบวิ่งบนถนนตามสภาพจริง ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่

สรุป รถคันนี้ เราตั้งให้เป็นโหมด 1  สภาพการทำงาน ยังมีการสะดุด สะอึก เหมือนเดิม
  แสดงว่ ปัญหาไม่ได้เกี่ยวกับการตั้งโหมดการทำงานของ ECM
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2559, 09:42:08 โดย Auto Man »
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

ออฟไลน์ Auto Man

  • Administrator
  • หัวหน้าศูนย์ซ่อมสร้าง
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • Joined: ก.ย. 2558
  • กระทู้: 22411
  • สมาชิกลำดับที่ : 1
  • เพศ: ชาย
  • หนึ่งบุญคุณที่หยิบยื่น ตอบคืนหมื่นครั้งก็มิปาน
    • เว็บชุมชนคนรักช่างยนต์
    • อีเมล์
  ยังจะมีอะไรเหลือ ให้เล่นอีกหนอ....

  นึกขึ้นมาได้  หัว...หัวเทียนยังไง  ลองถอดออกมาดูซิ
ถอดออกมาดูเป็นหัวเทียน ยี่ห้อ Denso  เบอร์ U20EPR-9

ตรงนี้มีภาพ! แต่ท่านจะมองไม่เห็น , ท่านต้อง  สมัครสมาชิก หรือ ลงชื่อเข้าระบบ


  สภาพการเผาไหม้ที่เขี้ยวหัวเทียนสมบูรณ์ ดี ส่วนระยะห่าง เลขท้ายเบอร์หัวเทียน คือ 9
หมายความว่า ระยะเขี้ยวหัวเทียนมีค่าเท่ากับ 0.9 มิลลิเมตร  แต่จากสภาพระยะน่าจะชิดลงนิดหนึ่ง
แต่เราจะลอง เปลี่ยนหัวเทียนใหม่  เบอร์เดียวกันเข้าไปแทน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2559, 09:57:41 โดย Auto Man »
สวัสดีคุณ...ผู้เยี่ยมชม  กด ❤ ถูกใจโพสท์นี้ หรือยัง...
ต้องการสมัครสมาชิก VIP สมัครได้ที่นี่... E-mail: auto_man@auto-nkp.com

รวมพลคนรักช่างยนต์ (AUTO Community)